บทความทั้งหมด
การศึกษา
ข่าว-สื่อ
สุขภาพ
โปรโมทเว็บไซต์
ธุรกิจ
บันเทิง
ยานยนต์
ศิลปะ-วัฒนธรรม
จิปาถะ

พฤติกรรมทำให้ผมเสีย

พฤติกรรมทำให้ผมเสีย


ในปัจจุบันเส้นผมของเรานั้นถูกทำร้ายและถูกทำลายจากพฤติกรรมของตัวเราเอง จาการทำผมที่ค่อนข้างจะบ่อยและขาดการบำรุง อีกทั้งการที่จะต้องออไปเผชิญกับมลภาวะมากมายและสภาพอากาศร้อนจัดของเมืองไทย อันส่งผลให้เส้นผมนั้นแห้งแตกปลาย ผมชี้ฟู มากกว่าเดิม อีกทั้งผลิตภัณฑ์บางตัวไม่ได้บำรุงผมแต่กลับมีสารเคมีที่ทำลายเส้นผมอีกต่างหากด้วย การจะฟื้นฟูสภาพเส้นผมให้กลับมานุ่มสวยดังเดิม ไม่ขาดหลุดร่วง ไม่ชี้ฟู ลดปัญหาผมแตกปลาย และภาวะ ผมร่วงหลังคลอด ได้นั้น การใช้เพียงแชมพูและครีมนวดสำหรับบำรุงผมอาจไม่เพียงพอ ต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตของเราด้วย จะทำให้ผมเรากลับมาดีแบบที่เรานั้นต้องการได้

1. การไดร์ผมบ่อยๆ จนกลายเป็นกิจวัตรประจำ สำหรับคนที่เปลี่ยนทรงผมบ่อยหรือว่าคนที่ต้องการจัดแต่งทรงผมเสมอ ทำให้เส้นผมถูกทำร้ายเพราะว่าจะต้องผ่านความร้อนบ่อยครั้ง ทำให้เกิดผมเสียตามมาได้ วิธีการการไดร์ผมที่ทำให้สามารถที่จะลดปัญหาผมเสียได้คือ รอจนผมหมาดแล้ว แล้วนำไดร์เป่าโดยพยายามในการที่จะหลีกเลี่ยงการที่จะเป่าบริเวณส้นผมโดยตรงพยายามในการที่จะใช้หวีดึงผมออกมาจากหนังศีรษะ และใช้ไดร์เป่าผมส่วนนั้น เป็นวิธีการที่ทำให้ เส้นผมแห้งเร็ว ไม่โดนความร้อนโดยตรงและลดการแห้งเสียจากความร้อนได้ด้วย
2. ลดการทำสี ดัดหรือยืด หรือทำเคมีต่างๆ ที่ทำให้ไปเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผมให้เสียนั้นเอง
3. พยายามในการที่จะทำการเลือกหวี ให้เหมาะสม โดยพยายามในการที่จะ ไม่เลือกหวีที่มีปลายแข็ง หรือถี่จนเกินไป เพราะว่าเมื่อนำมาหวีจะทำให้เส้นผมขาดหรือพันกันได้ง่าย และปลายที่แข็งของหวี จะทำร้ายหนังศีรษะของเรา อีกด้วย การใช้หวีจึงควรเลือกหวีที่ไม่มีความถี่ไม่มาก หรือน้อยจนเกินไป และไม่ควรใช้หวีที่มีปลายแหลม เลือกที่ปลายสัมผัสนุ่ม จะช่วยในเรื่องของการนวดศีรษะทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีด้วย
3. งดการสระผมที่บ่อยครั้งมากจนเกินไป บางคนเข้าใจผิดมาตลอดว่าการที่สระผมบ่อยทำให้ผมสวย แต่ทำไปทำมากลับทำให้ผมแห้งมากจนเกินไป ต่างหากเล่า อีกทั้งยังทำให้หนังศีรษะพยายามสร้างไขมันเพิ่มขึ้นมา ทำให้ผมมันมากกว่าเดิม และเกิดปัญหารังแคตามมาอีกต่างหาก ดังนั้นไม่ควรในการที่จะสระผมบ่อยครั้งจนเกินไป


Updated: 28 ต.ค. 2561 เวลา 10:36 น.
เคล็ดลับดูแลผิวก่อนนอนแบบง่ายที่สุด

เคล็ดลับดูแลผิวก่อนนอนแบบง่ายที่สุด


เคล็ดลับที่สาวหน้าใส ที่ทำไม่ยากเลย เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและเพิ่มการดูแลตนเองเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นก่อนนอนเพียงเท่านี้นั้นจะทำให้ผิวที่เคยเสื่อมสภาพลงไปกลับมามีสุขภาพดีแบบไม่ยากเย็นแบบที่คิดเลย 

ด้วยปัจจุบันนี้มลภาวะ สิ่งแสดล้อมต่างๆเปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งฝุ่น ควันมีเยอะมากขึ้นเต็มไปหมด ภาวะแสงแดดที่ทำร้ายและทำลายผิวเป็นอย่างมาก ทำให้เกิดปัญหาเรื่องของปัญหาสิวมากมายไม่ว่าจะปัญหาสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ ทำให้ผู้หญิงเราค่อนข้างจะเครียดกับปัญหานี้ วันนี้เราจึงมี เคล็ดลับดีๆที่สามารถทำให้ผิวหน้าสวยสดใสได้ เพียงแค่ทำเป็นประจำก่อนนอน เริ่มจากตัวเราเองง่ายๆ หกอยากมีผิวสวยต้องเริ่มจากตัวเรามาดูกันดีกว่า

1. ล้างหน้าให้สะอาดก่อนนอน อย่างลืมนะว่าเครื่องสำอางนี้แหละที่เราใช้อยู่คือตัวการทำให้ใบหน้าเสื่อมโทรม ในเมื่อเราเลี่ยงในการที่จะไม่แต่งหน้าไม่ได้ ก็ต้องล้างหน้าให้สะอาด โดยเฉพาะก่อนนอน การขี้เกียจล้างเครื่องสำอาง หรือ การล้างเครื่องสำอางไม่สะอาดก่อนเข้านอน นั้นคือสาเหตุหลัก โดยล้างด้วยผลิตภัณฑ์ในการเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางโดยเฉพาะแล้วจึงล้างต่อด้วยโฟมและน้ำสะอาด

2. บำรุงผิวก่อนนอนเป็นประจำ ขั้นตอนนี้เป็นการเติมอาหารให้กับผิวของเรา เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับตัวช่วยดีๆที่ทำให้ผิวสวยใสได้ แนะนำเป็น ครีมรกแกะ ช่วยท่านได้

3. ดื่มน้ำก่อนนอน การดื่มน้ำก่อนเข้านอนแม้นว่าจะมีผลเสียคือ บางทีเราก็จะต้องตื่นมาเข้าห้องน้ำบ่อย แต่ว่ามันดีกว่าสุขภาพผิวเสียนะจ๊ะ การดื่มน้ำก่อนนอนจะทำให้ ร่างกายนำน้ำไปหล่อเลี้ยงผิว ผิวจึงชุมช่ำไม่แห้งเสีย

4. การนอนพักผ่อนที่เพียงพอ หลายๆคนหน้าเด็กเพราะว่านอนหลับตั้งแต่ 2 ทุ่มแล้วนอนให้ครบ 8 ชั่วโมงจะทำให้ใบหน้าและร่างกายได้รับการพักผ่อนแต่หากมันยังเป็นเวลาที่เร็วมากจนเกินไปก็แค่นอนก่อน 4 ทุ่มก็ถือว่ายังไม่ดึกมากจนเกินไป อย่าลืมนะว่า การนอนจะทำให้ร่างกายก็จะซ่อมแซมตัวเองได้อย่างเต็มที่เพราะว่าร่างก่ายจะหลั่งโกรทฮอร์โมน ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความอ่อนเยาว์ ดังนั้นใครที่นอนดึกรีบปิดไฟแล้วนอนได้แล้วนะจ๊ะ


Updated: 25 ต.ค. 2561 เวลา 20:36 น.
มาทำความรู้จักกระเป๋าเดินทางล้อลาก

มาทำความรู้จักกระเป๋าเดินทางล้อลาก


กระเป๋าเดินทางล้อลาก บอกได้เลยว่ามันคือ กระเป๋าเดินทางอีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมกันอย่างมาก เหตุผลที่ได้รับความนิยม เพราะว่าสามารถเคลื่อนย้ายกระเป๋าได้ด้วยการลากกระเป๋าแบบง่าย ๆ ไม่ว่ากระเป๋าจะมีขนาดใหญ่โตสักสักเท่าไหร่ ก็สามารถที่จะยกและคลื่นย้ายได้เป็นอย่างดี จะเดินทางไปนอกประเทศหรือว่าต่างประเทศก็ง่ายๆและสบายๆ ไม่หนักเหมือนกระเป๋าประเภทอื่น

นอกจากล้อที่ติดอยู่กระเป๋าช่วยให้สามารถที่จะลากกระเป๋าไปได้อย่างง่ายดาย และยังมีส่วนประกอบอื่นๆที่สามารถที่จะทำให้การเคลื่อนย้ายได้อย่างสะดวก เช่น ด้ามจับที่ดึงยืดและหดเก็บได้ไม่เกะกะเวลาที่ยกกระเป๋าเก็บเวลาที่ขึ้นเครื่องอีกด้วย

ลองจินตนาการถึงการเดินทางในสนามบินที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ต้องแบกขนสัมภาระที่ค่อนข้างจะใหญ่และมาก แต่หากว่ากระเป๋าของเราเป็นล้อลากก็หมดปัญหาเรื่องของการขนย้าย เพราะว่าล้อลากจะช่วยให้เราเบาแรงไปได้อย่างสบาย  ดังนั้นก่อนที่จะเลือก กระเป๋าเดินทางราคาถูก แบบล้อลาก สำหรับการเดินทางไปท่องเที่ยวทั้งในต่างประเทศและในประเทศสำหรับคนที่มีข้าวของเยอะ ว่าจะต้องเลือกแบบไหนถึงจะดีและเหมาะกับเรามากที่สุด

ลองมาดูการแบ่งประเภทตามจำนวนล้อ มีด้วยกัน 2 ประเภทคือ

1. กระเป๋าเดินทางล้อลากแบบ 2 ล้อ กระเป๋าเดินทางแบบ 2 ล้อ เวลาที่เราใช้งานจะต้องเอียงกระเป๋าเล็กน้อยให้ได้มุมเฉียงเล็กน้อย ก่อนจึงค่อยลากได้ บางครั้งการลากอาจจะต้องยกกระเป๋าบ้างเพราะว่าความสะดวกจะสู้แบบ 4 ล้อไม่ได้ ข้อดีที่เด่นที่สุดของกระเป๋าประเภทนี้ คือ เมื่อวางกระเป๋าไว้จะไม่ได้การเลื่อนไปไหนแน่นอน และข้อดีอีกข้อที่ชัดเจนที่สุดของกระเป๋าเดินทางแบบล้อลาก คือ กระเป่าเดินทางที่ราคาถูกกว่าแบบ 4 ล้อนั้นเอง

2. กระเป๋าเดินทางล้อลากแบบ 4 ล้อ กระเป๋าเดินทางแบบ 4 ล้อ เป็นกระเป๋าเดินทางแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแล้วสาเหตุที่ได้รับความนิยมมมากกว่าแบบอื่นเพราะว่าการที่มีล้อถึง 4 ล้อทำให้สามารถที่จะขนย้ายได้ง่ายเนื่องจากสามารถที่จะช่วยให้ลากกระเป๋าได้ง่ายขึ้น ลื่นกว่า และสามารถลากได้ทุกทิศทุกทาง การตั้งตรงๆยังสามารถที่จะเคลื่อนย้ายได้ ข้อเสียคือ ราคาแพง และเมื่อวางไว้เฉยๆอาจจะทำให้กระเป๋าลื่นไหลไปได้


Updated: 15 ต.ค. 2561 เวลา 10:38 น.
แนวการออกแบบตกแต่งร้านอาหาร

แนวการออกแบบตกแต่งร้านอาหาร


สำหรับการออกแบบร้านอาหารนั้นต้องเป็นบรรยากาศที่ดูสวยงาม บรรยากาศที่ดูน่าสนใจ นอกจากการรับอออกแบบร้านอาหารแล้ว ยังมีการ รับออกแบบร้านทำเล็บ ออกแบบร้านเสริมความงาม และอีกหลายร้านที่จะต้องเอาใจใสเกี่ยวกับการออกแบบให้น่าสนใจ สามารถดึงดูดความสนใจจากลูกค้าได้เป็นอย่างดี และสามารถที่จะใช้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าพูดถึงเรื่องของการออกแบบตกแต่งร้านอาหารแล้ว เรามีแนวคิดเกี่ยวกับการออกแบบตกแต่งให้น่าสนใจ ดังนี้

1. ตอบสนองความชอบของลูกค้า ลูกค้าคือคนกลุ่มไหน อายุ ระดับรายได้ มากันเป็นครอบครัวหรือเน้นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา เป็นต้น จึงจะตอบโจทย์การตกแต่งภายในได้ว่าควรจัดวางโต๊ะเก้าอี้แบบไหน สัดส่วนการจัดโต๊ะแบบไหนควรจะเป็นจำนวนสักเท่าไหร่ สไตล์และภาพรวมการตกแต่งการให้แสงสว่างหรือการเลือกใช้โทนสีเป็นสิ่งที่ต้องตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี       

 2. บริเวณหน้าร้านจะเป็นแรงดึงดูด ให้ลูกค้าเริ่มสนใจและอยากเข้ามาใช้บริการและสิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญรองลงมาของการตกแต่งร้านอาหารนั้นคือ ระบบหลังร้านหรือครัวปรุงอาหารและบาร์เครื่องดื่มนั่นเอง แนวคิดในอดีตการออกแบบตกแต่งร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดต้องการให้ลูกค้าที่มานั่งทานอาหารและเครื่องดื่มให้ลูกค้าใช้เวลาในร้านไม่นานมากเพื่อจะได้หมุนเวียนรองรับลูกค้ารายอื่น แนวคิดในการออกแบบคืออย่าให้ลูกค้ารู้สึกสบายเกินไป

 3. การออกแบบตกแต่งร้านอาหารแบบให้มีครัวแบบเปิด สามารถเห็นการปรุงอาหารได้จากพื้นที่ที่นั่งทำอาหารทำให้เรามั่นใจคุณภาพของร้านอาหารนั้นมากขึ้น ครัวแบบเปิดนั้นคุณต้องมั่นใจว่าครัวต้องสะอาด การจัดวางเครื่องครัวต้องเป็นระเบียบเรียบร้อย ยูนิฟอร์มของพ่อครัวสวยสะอาด หากมีกลิ่นอาหารมากก็สามารถกั้นเป็นกระจกใสเสีย การกั้นผนังด้วยกระจกใส ข้อดีคือป้องกันกลิ่นอาหารและป้องกันไม่ให้ความร้อนจากเตาไฟเข้ามาแย่งความเย็นจากพื้นที่รับประทานอาหารของลูกค้า

 4. การออกแบบร้านอาหารให้ดูสวยงาม น่าสนใจดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการ แนวคิดแรกก็คือต้องตกแต่งสถานที่ให้เอื้อต่อการขายนั่นคือ การออกแบบพื้นที่ใช้สอยให้เหมาะสมเช่นการจัดวางโต๊ะและที่นั่ง การสร้างบรรยากาศภายในร้านให้เหมาะสมกับประเภทและสไตล์ของอาหารการใช้วัสดุตกแต่ง เป็นต้น

5. กระแสที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ เป็นสถานที่สาธารณะที่ใครก็เข้ามาใช้บริการได้ สถานที่ที่ผู้คนอยากหลบหนีจากความเร่งรีบ งานที่กดดัน ร้านอาหารที่ขายเครื่องดื่ม ร้านกาแฟจึงเหมาะสมกับการออกแบบตกแต่งภายในด้วยแนวความคิดแบบซื้อกลับบ้านหากวางตำแหน่งไว้ใกล้ๆกับทางเดินหน้าร้าน นอกเหนือการความสะดวกของลูกค้า กลิ่นที่กำลังอบอยู่จะเป็นแม่เหล็กที่ดึงให้ผู้คนที่เดินไปเดินมาด้านนอกหันมาสนใจและใช้บริการของเราได้


Updated: 6 ต.ค. 2561 เวลา 11:33 น.
ขั้นตอนการสร้างโต๊ะไม้ด้วยตัวคุณเองอย่างง่ายๆ

ขั้นตอนการสร้างโต๊ะไม้ด้วยตัวคุณเองอย่างง่ายๆ


แท้จริงแล้ว โต๊ะไม้ ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ยากอะไร และหากคุณมีอุปกรณ์พร้อม และมีความเข้าใจพื้นฐาน ก็สามารถทำโต๊ะไม้ด้วยตัวคุณเองได้การสร้างโต๊ะด้วยตัวคุณเองนั้นสามารถช่วยคุณประหยัดเงินไปได้หลายบาทเลยทีเดียว ถ้าคุณต้องการโต๊ะที่คุณสามารถกำหนดรูปแบบเองได้ คุณสามารถสร้างโต๊ะไม้ที่ดูราวกับทำจากมืออาชีพและมีพื้นที่สำหรับเก็บของได้เยอะ วัดที่ทำงานของคุณ เลือกรูปแบบที่คุณต้องการ และเลือกสร้างโต๊ะที่เข้ากับสไตล์ของคุณ ความคุ้นเคยกับเครื่องมือไฟฟ้าและการต่อเติมบ้านจะทำให้งานนี้ง่ายขึ้น

ขั้นตอนการทำโต๊ะชนิดปรับได้
ก่อนอื่นคุณจำเป็นจะต้องมีแผ่นใยไม้อัดความหนาแน่นปานกลางหรือไม้อัดธรรมดา กว้าง 48 นิ้ว ยาว 20 นิ้ว (หรือใกล้เคียง), ขาตั้งไม้ปรับขนาดได้ (หาซื้อได้ง่ายตามร้าน Ikea หรือร้านขายของทั่วไป), สกรูไม้ และสีสำหรับทา นอกจากนี้คุณยังจะต้องมีเลื่อยวงเดือนถ้าไม้ของคุณยังไม่ได้ขนาดที่คุณต้องการ และทำตามขั้นตอนดังนี้

- ใช้เลื่อยวงเดือนตัดไม้ให้ได้ขนาดที่ต้องการ วัดและตัดไม้ที่คุณซื้อมาให้ได้มิติที่จำเป็นในการเป็นส่วนบนของโต๊ะ จงจำไว้ว่า วัดสองครั้ง ตัดเพียงครั้งเดียว
- เอากระดาษทรายขัดไม้ คุณจำเป็นจะต้องใช้กระดาษทรายขัดไม้นอกเสียจากคุณจะมีแผ่นไม้สำเร็จรูป คุณสามารถเช่าเครื่องขัดไม้ไฟฟ้าที่จะช่วยย่นระยะเวลาทำงานได้ เมื่อเสร็จแล้วจึงเช็ดโต๊ะ
ใช้กระดาษทรายเบอร์ 40 ถ้าไม้ของคุณต้องปรับพื้นผิวใหม่
ใช้กระดาษทรายเบอร์ 80 เพื่อขัดส่วนที่ไม่สมบูรณ์บนผิวไม้ออก
ใช้กระดาษทรายเบอร์ 360 ในขั้นตอนสุดท้ายของการขัด เพื่อให้ได้ผิวที่เรียบเนียนก่อนการย้อมสี
- ทาสีไม้ ถ้าคุณต้องการให้โต๊ะไม้ของคุณมีสีสันล่ะก็ คุณสามารถทาสีขาตั้งโต๊ะและพื้นด้านบนโต๊ะ การพ่นสีโต๊ะจะช่วยย่นระยะเวลาการทำงาน แต่คุณก็สามารถทาสีตามปกติได้เช่นกัน
- นำชิ้นส่วนต่างๆ มายังห้องที่จะใช้วางโต๊ะ นี่จะช่วยให้คุณไม่ต้องเคลื่อนย้ายโต๊ะทั้งตัวเข้ามาทีหลัง วางพื้นด้านบนโต๊ะไว้บนขาตั้ง เพื่อให้แถบของขาตั้งกางออก และขาตั้งทั้งสองจะต้องวางถัดเข้ามาจากขอบโต๊ะประมาณ 3 นิ้ว คุณสามารถตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ระดับที่ต้องการ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วไม่จำเป็นจะต้องสมบูรณ์แบบ
- ขันสกรูให้ส่วนบนของโต๊ะเข้าที่ ใช้สกรูที่มีความยาวเหมาะสมกับไม้ สกรูผ่านพื้นด้านบนโต๊ะไปยังขาตั้ง ใช้สกรูสามตัวในแต่ละด้าน (เว้นระยะให้เท่าๆ กัน) นอกจากนี้คุณยังสามารถทำให้โต๊ะมั่นคงมากขึ้นโดยหามุมเล็กๆ ทั้งสี่มุมของโต๊ะที่มีขนาดเล็กพอที่จะสกรูเข้าไปบนพื้นผิวโต๊ะและผิวขาหยั่งที่สามารถปรับได้
- ใช้ที่ฉาบไม้ฉาบสกรูและเกลี่ยสี เพิ่มลูกเล่นอื่นๆ ตามแต่ที่คุณต้องการ โปรดจำไว้ว่าคุณสามารถใช้ขาตั้งเพื่อปรับระดับความสูงของโต๊ะได้
ส่วนใครที่ไม่ยากทำเอง หรือทำไม่เป็น ก็สามารถผลิตโต๊ะตามต้องการได้โดยใช้บริการจากผู้ รับผลิตโต๊ะเก้าอี้ไม้ ได้เลยค่ะ


Updated: 30 ก.ย. 2561 เวลา 23:48 น.
กระจกเทมเปอร์และกระจกลามิเนตแตกต่างกันอย่างไร

กระจกเทมเปอร์และกระจกลามิเนตแตกต่างกันอย่างไร


กระจกที่เรานิยมนำมาใช้และรู้จักกันดีนั้นมีหลายประเภท แต่หลายคนยังคงสงสัยในกระจกนิรภัยอย่างกระจกเทมเปอร์และกระจกลามิเนต ว่าเป็นอย่างไร วันนี้เราจึงจะมาพูดถึงว่ากระจกเทมเปอร์และกระจกลามิเนตนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร

กระจกเทมเปอร์ (Tempered Glass)
กระจกเทมเปอร์นั้นจริงๆแล้วคือกระจกนิรภัยเหมือนกัน แต่ที่เรียกต่างกันก็เนื่องมาจากกรรมวิธีการทำ เป็นกระจกนิรภัยชนิดแรกที่นิยมใช้กัน โดยจะเป็นการนำกระจกแผ่นธรรมดามาแปรรูปให้เป็นกระจกนิรภัย ซึ่งขั้นตอนนี้จะต้องเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนทีจะนำกระจกไปใช้งาน
กรรมวิธีคือการนำกระจกธรรมดาอบด้วยความร้อนประมาณ 650 องศา แล้วทำให้เย็นลงทันดีด้วยการเป่าลม ผิวนอกของกระจกก็จะแข็งเร็วกว่ากระจกด้านในก่อให้เกิดการเรียงตัวของโมเลกุลที่แตกต่างกันและเกิดความเครียดในเนื้อกระจก ผลของความเครียดที่ว่าจะทำให้เกิดเส้นแรงสองชนิด เส้นแรกคือเส้นแรงรอบกระจก เส้นที่สองคือเส้นแรงในเนื้อกระจกที่ดันออกมาด้านนอก จึงทำให้กระจกนี้มีความพิเศษ ข้อดีของกระจกเทมเปอร์ คือ
1. มีความแข็งแรงกว่ากระจกทั่วไปประมาร 4-5 เท่า ทำให้รับแรงกระแทก กด บีบได้ดี
2. ทนความร้อนได้สูงถึง 290 องศา
3. ทนความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างฉับพลันได้ถึง 150 องศา
4. เมื่อแตก กระจกจะแตกตัวเป็นเม็ดข้าวโพด ซึ่งอันตรายน้อยกว่ากระจกปกติที่แตกเป็นปากฉลาม

กระจกลามิเนต (Laminated Glass)
เป็นกระจกนิรภัยอีกชนิดที่นิยมใช้กัน ลามิเนตนั้นจริงๆ แล้วเป็นชื่อกระบวนการทำกระจกรูปแบบหนึ่งเท่านั้น โดยมีวิธีการคือนำ กระจกเทมเปอร์ 2 แผ่นขึ้นไปมาประกบกันโดยมีแผ่นฟิล์มกันกลางระหว่างกระจก ซึ่งจะใช้แผ่นฟิล์ม PVB (Poly Vinyl Butyral) หรือ EVA (Ethylene Vinyl Acytate) จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการรีดด้วย Roller เพื่อทำให้แผ่นฟิล์มยึดติดกับกระจก เสร็จจากกระบวนการนี้ก็จะนำไปอบต่อในเตา Autoclave ที่มีการควบคุมอุณหภูมิและความดันเพื่อไล่อากาศออกให้หมด เมื่อเสร็จสินทุกกระบวนการเราก็จะได้ “กระจกเทมเปอร์ลามิเนต” หรือเรียกสั้นๆ ว่า “กระจกลามิเนต” ข้อดีของกระจกชนิดนี้คือ
1. มีความแข็งแรงกว่ากระจกธรรมดา 4-5 เท่าเนื่องมาจากผลิตมาจากกระจกเทมเปอร์นั่นเอง
2. ป้องกันและเก็บเสียงได้ดี
3. ป้องกันความร้อนที่จะเข้าสู่ตัวบ้านได้ดี
4. เมื่อแตก กระจกจะมีลักษณะเหมือนใยแมงมุม ยึดอยู่กับแผ่นฟิล์มไม่ร่วงลงมา ทำให้มีความปลอดภัยสูงเมื่อเทียบกับกระจกชนิดอื่นๆ

กระจกทั้งสองชนิดนี้มีความเหมือนและความแตกต่างกันอยู่ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว และเป็นกระจกที่สามารถนำมาใช้งานเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับตัวอาคาร ผู้อยู่อาศัย และทรัพย์สินได้มากยิ่งขึ้น


Updated: 20 ส.ค. 2561 เวลา 22:09 น.
หลักการจัดวางโต๊ะให้เหมาะสำหรับการทำงาน

หลักการจัดวางโต๊ะให้เหมาะสำหรับการทำงาน


สำหรับการออกแบบและตกแต่งโต๊ะสำหรับทำงานนั้นจัดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญไม่น้อย เนื่องจากโต๊ะทำงานเป็นอีกส่วนหนึ่งในเรื่องดวงชะตา เกี่ยวกับเรื่องในธุรกิจหรือหน้าที่การงานที่เราทำอยู่ปัจจุบันหรือ การงานที่ดีหรือปัญหาการงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียง การทำสัญญา เงินทอง รวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย สำหรับในสถานที่ราชการหรือการทำงานในออฟฟิศ บางครั้งก็ต้องจัดว่างโต๊ะทำงานให้เหมาะสมกับการทำงาน เช่น โต๊ะทำงานข้าราชการ หรือโต๊ะในออฟฟิศต่างๆ ต้องจัดวางให้เหมาะสม ให้ส่งเสริมหน้าที่การงาน ดังนั้น การเลือกโต๊ะและการจัดตกแต่งให้เหมาะสมนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งมีแนวทางเพื่อการออกแบบตกแต่งอย่างถูกวิธี ดังนี้

วิธีจัดวางโต๊ะทำงานเสริมดวงหน้าที่การงาน

1. ไม่ควรจัดโต๊ะทำงานให้อยู่ใต้คาน เนื่องจากคานเป็นส่วนที่รับน้ำหนัก มีแรงกดทับ ซึ่งตามหลักของฮวงจุ้ยสื่อถึง ความไม่ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ไม่มีความก้าวหน้าในเรื่องการเงิน สำหรับตัวคานนั้นมีโลหะอยู่เป็นจำนวนมาก ตามหลักทางวิทยาศาสตร์แล้วจะถูกคลื่นแม่เหล็กทำลายหรือรบกวนความคิดอยู่เสมอ ดังนั้นควรที่จะแก้ไขโดยหาหลอดไฟเปิดให้แสงสว่าง เพื่อแพร่กระจายสิ่งที่ไม่ดีออกไปให้ห่าง

2. ไม่ควรจัดโต๊ะทำงานให้อยู่ตรงกับประตูทางเข้าออก สำหรับพนักงานที่ต้องนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะทำงานตลอดเวลาไม่ควรอยู่ตรงกับประตู เนื่องจากเวลาที่เปิดประตูเข้าออก จะมีพลังเข้ามาเพราะจะส่งผลให้เจอแต่เรื่องวุ่นวายและมักพบเจอปัญหา แต่ข้อนี้ไม่เป็นปัญหาสำหรับตำแหน่งของคนที่ต้องออกไปพบลูกค้าบ่อย ๆ เพราะนั่งตำแหน่งประตูถือเป็นการรับทรัพย์ดียิ่งขึ้น

3. ไม่ควรจัดโต๊ะทำงานให้อยู่ติดหรือชิดเสา สำหรับเสาเราเราเปรียบเสาเป็นเหมือนสิ่งที่รองรับน้ำหนัก สื่อถึงการเอาคนที่นั่งอยู่โต๊ะที่ชิดเสานั้น จะทำให้ต้องแบกรับความเครียด ความกังวลใจ การทำงานที่หนัก ทำให้จะรู้สึกทำงานเคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลา มักจะไม่ค่อยมีความสุขกับการทำงานเท่าไหร่นัก

4. ไม่ควรหันโต๊ะทำงานเข้าหาประตู สำหรับการนั่งที่โต๊ะทำงานไม่ควรนั่งหันหน้าหรือหันข้างเข้าหาประตูทางเข้า  สื่อถึงการมีแต่เรื่องวุ่นวายเข้ามาตลอดเวลา ส่งผลให้การทำงานแบบไม่มีความสุข มีความสับสน เกิดปัญหาหนักใจ

5. ควรจัดวางโต๊ะทำงานไปทิศทางเดียวกัน โต๊ะทำงานควรจัดวางไปในทางเดียวกัน ในที่นี่ส่งผลในเรื่องของความสามัคคีในการทำงานเป็นสำคัญหรือจะตั้งในทิศทางเดียวกันหรือจะหันโต๊ะทำงานเข้าหากันก็ได้ นอกจากการจัดวางโต๊ะอย่าเหมาะสมแล้วพื้นผิวผนังกำแพงภายในห้องนั้น ด้านหลังโต๊ะทำงานพื้นผิวผนังกำไม่ควรมีผิวที่ขรุขระเพราะจะส่งผลให้การทำงานนั้นมีอุปสรรค การทำงาน การเงินมีเรื่องติดขัดเสมอไม่ราบรื่น


Updated: 19 ส.ค. 2561 เวลา 11:06 น.
เห็ดหลินจือสกัดราคาแพงเพราะนำเข้ามาจากต่างประเทศนี้เอง

เห็ดหลินจือสกัดราคาแพงเพราะนำเข้ามาจากต่างประเทศนี้เอง


เคยสงสัยมาตลอดว่าทำไมผลิตภัณฑ์ เห็ดหลินจือสกัด นี้จึงมีราคาที่แพงนักนะแม้ว่ามันจะนำเข้ามาจากต่างประเทศอันที่จริงก็ไม่น่าจะราคาแพงขนาดนี้แล้วมันก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะราคาแพงมากเพราะนำเข้ามาจากประเทศจีนหรือไม่หรือว่ามันนำเข้ามาจากต่างประเทศหกประเทศยุโรปแต่มันก็ไม่น่าจะใช่เพราะว่าแหล่งในการที่จะมีเห็ดหลินจือสกัดขึ้นก็น่าจะเป็นมาจากประเทศจีนมากกว่าดังนั้นหากนำเข้ามาจากประเทศจีนเรื่องของกำแพงภาษีหรือระยะทางในการนำเข้ามาก็ไม่น่าจะไกลมากดังนั้นจึงเชื่อไม่ได้เลยว่าราคาในการจัดจำหน่ายที่แผนมากในขณะนี้แพงจนเราไม่กล้าอาจเอื้อมในการที่จะหาซื้อมาใช้เพราะเงินที่มีอยู่ในมืออย่างมากก็แค่หามาซื้อทดลองใช้เท่านั้นแต่ถามว่าคิดว่าจะมีเงินในการหาซื้อมาใช้ในระยะยาวหรือไม่ก็คงไม่มีซื่อสัตย์อยากจะทราบเหลือเกินว่าทำไมราคาขายจึงแพงนำเข้ามาจากประเทศไหนกันแน่หรือว่าประเทศอื่นเอาไปวิจัยและพัฒนามากกว่าจึงทำให้ราคาเห็ดหลินจือสกัดแพงมากกว่าที่ประเทศจีนจัดจำหน่าย
Updated: 16 ส.ค. 2561 เวลา 22:59 น.
ขั้นตอนในการท่องเที่ยวทำอย่างไรมาดูกันดีกว่า

ขั้นตอนในการท่องเที่ยวทำอย่างไรมาดูกันดีกว่า


การเดินทางไปท่องเที่ยวต่างจังหวัดที่มีระยะทางในการเดินทางที่ค่อนข้างจะนานมากพอสมควรนั้น ทำให้เราไม่มีเวลาในการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่และเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางมาแล้วมันไม่ไหวหรอกนะหากเราจะมาเที่ยวในขณะขับรถไปด้วย ดังนั้นสำหรับการที่เราจะต้องเหน็ดเหนื่อยขนาดนั้นหนทางง่ายๆที่จะทำให้เราไม่เหนื่อยในการที่เราจะเที่ยวคือ การ เช่ารถตู้ภูเก็ต ไปเลย รับรองสะดวกสบายแต่หากมาเป็นหมู่คณะที่ใหญ่มากว่าเดิมนั้นก็สามารถที่จะจัดการในการที่จะเช่ารถตู้พร้อมคนขับจะได้ไม่มากังวลใจในการขับรถอยู่  โดยเฉพาะช่วงเทศกาลวันหยุดยาวการจราจรบนท้องถนนค่อนข้างจะคั่งคั่งมากกว่าปกติ  ทำให้เสี่ยงกับการเกิดอุบัติเหตุได้  ทำเอาทริปนั้นหมดสนุกเปล่าๆ และอาจจะทำให้การท่องเที่ยวครั้งนั้นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินก็เป็นได้ ดังนั้นเมื่อตัดสินใจในการเช่ารถเพราะว่ามีข้อดีหลายอย่างลองในการที่เรามาเช่ารถกันดีกว่า มาดูสิว่านักท่องเที่ยวจะต้องทำอย่างไร มีขั้นตอนอย่างไร

1. เตรียมหาคนขับรถที่มีความชำนาญ มีการกำหนดว่าใครจะเป็นผู้ขับขี่ หากเป็นระยะทางหลายวันนั้นก็สมควรในการที่จะมีคนขับที่ความคล่องตัวหลายต่อหลายคน แต่หากระยะทางสั้นไม่ได้ยากลำบากในการที่จะขับคนขับแบบมือเดียวมากกว่า  โดยมากจะกำหนดให้ผู้เช่ามี 21 ปีขึ้นไป บางแห่งก็ 23 ปี แม้นว่าจะมีใบขับขี่ก็ตามก็ไม่ได้อนุญาตให้มีอายุน้อยไปกว่านี้ ควรเลือกให้ดีเอาคนที่มีประสบการณ์และใจเย็นจะดีที่สุด

2. เตรียมเอกสารการเช่าให้พร้อม พวกบัตรเครดิตที่จะใช้ในการเช่ารถ ส่วนใหญ่จะใช้เอกสารคล้ายคลึงกันคือ  บัตรประชาชน ใบขับขี่รถยนต์ และบัตรเครดิต เท่านั้น โดยเช็ควงเงินของบัตรเครดิตนั้นจะใช้ในการชำระเงิน ด้วยว่ามีเพียงพอหรือไม่

3. ทำการจองรถ โดยหากเป็นบริษัทเอกชนใหญ่ๆนั้นมักที่จะมีบริการจองออนไลน์หรือว่าการจองผ่านคอลเซ็นเตอร์อยู่ด้วย  เมื่อรู้วันเดินทางแน่นอนแล้ว แล้วควรทำการจองรถโดยทันที เพราะในช่วงวันหยุดจะมีผู้ที่ใช้บริการรถเช่าจำนวนมาก อาจจะไม่มี่รถให้บริการท่านก็ได้ หรือว่าหากมีก็จะมีราคาในการที่จะเช่าค่อนข้างจะสูงกว่าปกติ และพยายามหารถที่เหมาะสมกับประเภทการใช้งาน หากทำได้ควรใช้รถขนาดเล็กที่ประหยัดน้ำมันจะดีกว่า

4. ชำระเงินก่อนที่จะรับรถไปเที่ยว ส่วนมากเคาน์เตอร์จะอยู่ที่ สนามบิน บริเวณทางออกสนามบิน ขั้นตอนคือไปแจ้งชื่อผู้จอง หรือ รหัสการจอง และยืนเอกสารคือ ใบขับขี่กับบัตรประชาชนบัตรเครดิต ตรวจสอบรถอีกครั้งว่ามีร่องรอยอะไรหรือไม่แล้วจึงเซ็นรับรถ  หากมีรอยให้ถ่ายไว้เป็นหลักฐาน

5. การคืนรถต้องเติมน้ำมันคืนในดับเดิมหรือมากกว่านั้น  และคืนรถยังจุดเดิมที่ทำการยืม

ในการรับรถเช่าคืนพนักงานจะตรวจสอบสภาพรถและระดับน้ำมัน แ หากรถไม่มีปัญหา จากนั้นให้ผู้เช่าไปยื่นเอกสารที่เคาน์เตอร์รถเช่าเพื่อทำเรื่องขอรับเงินมัดจำคืน เท่านี้ขั้นตอนก็เรียบร้อยแล้ว


Updated: 6 ส.ค. 2561 เวลา 22:33 น.
ขั้นตอนการปฏิบัติงานของนักออกแบบตกแต่งภายใน

ขั้นตอนการปฏิบัติงานของนักออกแบบตกแต่งภายใน


สำหรับอาชีพมัณฑนากรหรือนักออกแบบภายในนอกจากความรู้ ทักษะและความสามารถในด้านการ รับออกแบบคลินิก โรงพยาบาล โรงแรม โรงเรียน มหาวิทยาลัย สถานที่ราชการ ฯลฯ นักออกแบบกลุ่มนี้จะมีความเข้าใจในรายละเอียดด้านวัสดุเป็นอย่างดี สามารถประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อการตกแต่งได้อย่างเหมาะสม รวมไปถึงมีประสบการณ์ในการบริหารจัดการ ทำงานใกล้ชิดกับผู้รับเหมาก่อสร้าง รู้วิธีการประสานงาน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ ทำให้ผลงานการออกแบบมีคุณภาพดีและเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด นอกจากนั้น นักออกแบบภายในที่มีประสบการณ์สูงอาจสามารที่จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับแหล่งวัสดุที่แปลกใหม่หายาก และเรื่องราคาวัสดุที่เหมาะสมได้อีกด้วย ซึ่งทักษะและความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเหล่านี้ คือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อความเสียหายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจได้

ขั้นตอนการทำงานของนักออกแบบมืออาชีพ
1. PRESALE PROCESS เป็นขั้นตอบของการแนะนำตัว ทำความเข้าใจและระบุเกี่ยวกับข้อตกลง ซึ่งนักออกแบบจะทำการแนะนำตัวเองกับลูกค้า แสดงประวัติ ผลงานในอดีต ระบบการทำงาน แนวคิดในการทำงานไปจนถึงตัวอย่างการแก้ไขปัญหาในการออกแบบนักออกแบบรับฟังขอบเขตของงานจากลูกค้า พร้อมตั้งคำถามของโครงการหรืองานที่จะทำอย่างละเอียดจนกว่าจะเป็นที่เข้าใจในขั้นตอนที่สำคัญ สำหรับนักออกแบบจำเป็นต้องใช้ข้อมูลและเงื่อนไขต่างๆ จากการบอกความต้องการของผู้ว่าจ้างเพื่อจะนำไปวางแผนและวางกลยุทธิในการทำงาน ดังนั้นโอกาสที่ผลงานจะออกมาดีนั้นก็ไม่ใช้เรื่องยากและเกิดความคาดหวัง

2. CONCEPTUAL AND DESIGN DEVELOPMENT เป็นขั้นตอนในการพัฒนางานออกแบบ โดยนักออกกแบบจะเริ่มต้นหาแรงบันดาลใจจากข้อมูลเบื้องต้นจากลูกค้า รวมทั้งศึกษาตลาดการแข่งขัน สังเกตแนวโน้มความเปลี่ยนแปลง ทำความเข้าใจกลุ่มผู้ใช้เป้าหมาย ศึกษากรณีอ้างอิงต่างๆ เพื่อหาจุดร่วมของการออกแบบกับโจทย์ของลูกค้า เมื่อดำเนินการเสร็จในขั้นตอนนี้แล้วก็จะดำเนินการประมวลผลและพัฒนาแผนการทำงาน พัฒนางานออกแบบ ส่งมอบโครงงานออกแบบ เป็นลำดับ

3. CONSTRUCTION PROCESS เป็นขั้นตอนในการคัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้างหลักและเริ่มการก่อสร้าง สำหรับในขั้นตอนนี้ผู้ออกแบบตกแต่งอาจแนะนำผู้รับเหมาก่อสร้างให้กับลูกค้าได้ แต่ทั้งนี้ไม่ได้บังคับว่าลูกค้าจะต้องตกลงตามนั้นเสมอไปและเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาด้านผลประโยชน์และสร้างความโปร่งใส ผู้รับเหมาก่อสร้าง มัณฑนากรและเจ้าของพื้นที่ ควรมีความเป็นกลางและเป็นอิสระจากกัน สำหรับในขั้นตอนของการก่อสร้าง นักออกแบบจะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและตรวจสอบโครงการเข้าควบคุมและตรวจสอบคุณภาพของงานเป็นระยะๆ ตามข้อตกลงในสัญญาว่าจ้าง


Updated: 5 ส.ค. 2561 เวลา 21:08 น.
หน้าที่: 1   |   2   |   3   |   4   |   5      »      [23]
Gigabot (65.132.59.34)
12 hours ago Time: 2018-11-15 13:22:23

Gigabot (65.132.59.34)
2 months ago Time: 2018-09-12 11:02:56

Gigabot (65.132.59.34)
5 months ago Time: 2018-06-04 17:49:19

 

Copyright @ 2013 : http://www.drtomruddforcoroner.com

web statistics