บทความทั้งหมด » ธุรกิจ

การเลี้ยงปลาในกระซังในพื้นที่ภาคตะวันออก

การเลี้ยงปลาในกระซังในพื้นที่ภาคตะวันออก


พื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศไทย เป็นพื้นที่ที่จัดว่ามีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติอยู่มากอยู่แล้วมีทั้งพื้นที่ที่เป็นพื้นที่น้ำจืดและเป็นพื้นที่ที่ติดทะเลด้วย ดังนั้นเรื่องของพื้นที่ทางด้านเกษตรกรรมนั้นมันจึงค่อนข้างจะมีความหลากหลายพอสมควร โดยเฉพาะการทำประมง เพราะใกล้แหล่งน้ำที่สำคัญทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม และปลาอย่างปลานิลยังสามารถที่จะเลี้ยงในน้ำกร่อยและให้ผลผลิตที่มีคุณภาพออกมาอีกด้วย คือ มีรสชาติอร่อยนั้นเอง
ในพื้นที่ภาคตะวันออกยังมีการรวมกลุ่มเพื่อการเลี้ยงปลานิลใน กระชังปลา นี้ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรในชุมชน มีอำนาจในการต่อรองและอำนาจในการของบประมาณจากหน่วยงานที่ให้การสนับสนุน อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแก้ปัญหาเมื่อเพื่อนสมาชิกประสบปัญหาเลี้ยงปลานิลให้โตไวและมีคุณภาพดีเมื่อมีการเลี้ยงที่เป็นระบบมากยิ่งขึ้นแน่นอนผลตอบแทนที่ได้มาคือ สามารถที่จะลดต้นทุนการผลิตได้มากกว่าเดิม ราคาต่อกิโลกรัมในการขายก็ไม่ถูกกดราคาและคุณภาพของปลาคือมีความสด มันและไม่มีกลิ่นสาปด้วย ทำให้เป็นที่ต้องการในตลาด
การให้อาหารปลานิล นั้นไม่ได้ยุ่งยากมีทั้งการให้อาหารปลาแบบสำเร็จรูปและอาหารที่เป็นพืชที่ผสมเอง ซึ่งโดยปกติแล้วนั้นปลานิลจะกินอาหารตามธรรมชาติอยู่แล้วจึงสามารถที่จะผสมอาหารตามธรรมชาติ โดยโรยปุ๋ยมูลสัตว์แห้งลงในเพื่อให้เกิดอาหารธรรมชาติ  หรือพวก รำ ปลายข้าว กากถั่วต่าง ๆ  
ข้อมูลการเลี้ยงปลานิล สามารถนำไปปรับใช้กับการเลี้ยงปลานิลในครัวเรือนหรือว่าเลี้ยงเพื่อกินในครัวเรือนเมื่อเหลือแล้วจึงนำไปจำหน่าย  
การนำไปจำหน่าย สามารถที่จับได้เมื่อมีอายุดังต่อไปนี้ คือการเลี้ยงปลานิลบ่อดิน 8-10เดือนสามารถที่จะจับขายได้
เทคนิคในการเพิ่มราคาของปลานิล เกษตรกรในภาคตะวันออกนั้นคือ มีตัวใหญ่และไร้กลิ่นโคลนนั้นเอง อีกทั้งลักษณะดินจึงเป็นดิน 2 น้ำ ทำให้ปลาน้ำจืดที่เลี้ยงในน้ำเค็มจะไม่มีกลิ่นคาวของโคลน ทำให้มีราคาแพงและเป็นที่นิยมด้วย
Updated: 2 ธ.ค. 2561 เวลา 20:53 น.
พฤติกรรมทำให้ผมเสีย

พฤติกรรมทำให้ผมเสีย


ในปัจจุบันเส้นผมของเรานั้นถูกทำร้ายและถูกทำลายจากพฤติกรรมของตัวเราเอง จาการทำผมที่ค่อนข้างจะบ่อยและขาดการบำรุง อีกทั้งการที่จะต้องออไปเผชิญกับมลภาวะมากมายและสภาพอากาศร้อนจัดของเมืองไทย อันส่งผลให้เส้นผมนั้นแห้งแตกปลาย ผมชี้ฟู มากกว่าเดิม อีกทั้งผลิตภัณฑ์บางตัวไม่ได้บำรุงผมแต่กลับมีสารเคมีที่ทำลายเส้นผมอีกต่างหากด้วย การจะฟื้นฟูสภาพเส้นผมให้กลับมานุ่มสวยดังเดิม ไม่ขาดหลุดร่วง ไม่ชี้ฟู ลดปัญหาผมแตกปลาย และภาวะ ผมร่วงหลังคลอด ได้นั้น การใช้เพียงแชมพูและครีมนวดสำหรับบำรุงผมอาจไม่เพียงพอ ต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตของเราด้วย จะทำให้ผมเรากลับมาดีแบบที่เรานั้นต้องการได้

1. การไดร์ผมบ่อยๆ จนกลายเป็นกิจวัตรประจำ สำหรับคนที่เปลี่ยนทรงผมบ่อยหรือว่าคนที่ต้องการจัดแต่งทรงผมเสมอ ทำให้เส้นผมถูกทำร้ายเพราะว่าจะต้องผ่านความร้อนบ่อยครั้ง ทำให้เกิดผมเสียตามมาได้ วิธีการการไดร์ผมที่ทำให้สามารถที่จะลดปัญหาผมเสียได้คือ รอจนผมหมาดแล้ว แล้วนำไดร์เป่าโดยพยายามในการที่จะหลีกเลี่ยงการที่จะเป่าบริเวณส้นผมโดยตรงพยายามในการที่จะใช้หวีดึงผมออกมาจากหนังศีรษะ และใช้ไดร์เป่าผมส่วนนั้น เป็นวิธีการที่ทำให้ เส้นผมแห้งเร็ว ไม่โดนความร้อนโดยตรงและลดการแห้งเสียจากความร้อนได้ด้วย
2. ลดการทำสี ดัดหรือยืด หรือทำเคมีต่างๆ ที่ทำให้ไปเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผมให้เสียนั้นเอง
3. พยายามในการที่จะทำการเลือกหวี ให้เหมาะสม โดยพยายามในการที่จะ ไม่เลือกหวีที่มีปลายแข็ง หรือถี่จนเกินไป เพราะว่าเมื่อนำมาหวีจะทำให้เส้นผมขาดหรือพันกันได้ง่าย และปลายที่แข็งของหวี จะทำร้ายหนังศีรษะของเรา อีกด้วย การใช้หวีจึงควรเลือกหวีที่ไม่มีความถี่ไม่มาก หรือน้อยจนเกินไป และไม่ควรใช้หวีที่มีปลายแหลม เลือกที่ปลายสัมผัสนุ่ม จะช่วยในเรื่องของการนวดศีรษะทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีด้วย
3. งดการสระผมที่บ่อยครั้งมากจนเกินไป บางคนเข้าใจผิดมาตลอดว่าการที่สระผมบ่อยทำให้ผมสวย แต่ทำไปทำมากลับทำให้ผมแห้งมากจนเกินไป ต่างหากเล่า อีกทั้งยังทำให้หนังศีรษะพยายามสร้างไขมันเพิ่มขึ้นมา ทำให้ผมมันมากกว่าเดิม และเกิดปัญหารังแคตามมาอีกต่างหาก ดังนั้นไม่ควรในการที่จะสระผมบ่อยครั้งจนเกินไป


Updated: 28 ต.ค. 2561 เวลา 10:36 น.
เคล็ดลับดูแลผิวก่อนนอนแบบง่ายที่สุด

เคล็ดลับดูแลผิวก่อนนอนแบบง่ายที่สุด


เคล็ดลับที่สาวหน้าใส ที่ทำไม่ยากเลย เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและเพิ่มการดูแลตนเองเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นก่อนนอนเพียงเท่านี้นั้นจะทำให้ผิวที่เคยเสื่อมสภาพลงไปกลับมามีสุขภาพดีแบบไม่ยากเย็นแบบที่คิดเลย 

ด้วยปัจจุบันนี้มลภาวะ สิ่งแสดล้อมต่างๆเปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งฝุ่น ควันมีเยอะมากขึ้นเต็มไปหมด ภาวะแสงแดดที่ทำร้ายและทำลายผิวเป็นอย่างมาก ทำให้เกิดปัญหาเรื่องของปัญหาสิวมากมายไม่ว่าจะปัญหาสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ ทำให้ผู้หญิงเราค่อนข้างจะเครียดกับปัญหานี้ วันนี้เราจึงมี เคล็ดลับดีๆที่สามารถทำให้ผิวหน้าสวยสดใสได้ เพียงแค่ทำเป็นประจำก่อนนอน เริ่มจากตัวเราเองง่ายๆ หกอยากมีผิวสวยต้องเริ่มจากตัวเรามาดูกันดีกว่า

1. ล้างหน้าให้สะอาดก่อนนอน อย่างลืมนะว่าเครื่องสำอางนี้แหละที่เราใช้อยู่คือตัวการทำให้ใบหน้าเสื่อมโทรม ในเมื่อเราเลี่ยงในการที่จะไม่แต่งหน้าไม่ได้ ก็ต้องล้างหน้าให้สะอาด โดยเฉพาะก่อนนอน การขี้เกียจล้างเครื่องสำอาง หรือ การล้างเครื่องสำอางไม่สะอาดก่อนเข้านอน นั้นคือสาเหตุหลัก โดยล้างด้วยผลิตภัณฑ์ในการเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางโดยเฉพาะแล้วจึงล้างต่อด้วยโฟมและน้ำสะอาด

2. บำรุงผิวก่อนนอนเป็นประจำ ขั้นตอนนี้เป็นการเติมอาหารให้กับผิวของเรา เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับตัวช่วยดีๆที่ทำให้ผิวสวยใสได้ แนะนำเป็น ครีมรกแกะ ช่วยท่านได้

3. ดื่มน้ำก่อนนอน การดื่มน้ำก่อนเข้านอนแม้นว่าจะมีผลเสียคือ บางทีเราก็จะต้องตื่นมาเข้าห้องน้ำบ่อย แต่ว่ามันดีกว่าสุขภาพผิวเสียนะจ๊ะ การดื่มน้ำก่อนนอนจะทำให้ ร่างกายนำน้ำไปหล่อเลี้ยงผิว ผิวจึงชุมช่ำไม่แห้งเสีย

4. การนอนพักผ่อนที่เพียงพอ หลายๆคนหน้าเด็กเพราะว่านอนหลับตั้งแต่ 2 ทุ่มแล้วนอนให้ครบ 8 ชั่วโมงจะทำให้ใบหน้าและร่างกายได้รับการพักผ่อนแต่หากมันยังเป็นเวลาที่เร็วมากจนเกินไปก็แค่นอนก่อน 4 ทุ่มก็ถือว่ายังไม่ดึกมากจนเกินไป อย่าลืมนะว่า การนอนจะทำให้ร่างกายก็จะซ่อมแซมตัวเองได้อย่างเต็มที่เพราะว่าร่างก่ายจะหลั่งโกรทฮอร์โมน ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความอ่อนเยาว์ ดังนั้นใครที่นอนดึกรีบปิดไฟแล้วนอนได้แล้วนะจ๊ะ


Updated: 25 ต.ค. 2561 เวลา 20:36 น.
มาทำความรู้จักกระเป๋าเดินทางล้อลาก

มาทำความรู้จักกระเป๋าเดินทางล้อลาก


กระเป๋าเดินทางล้อลาก บอกได้เลยว่ามันคือ กระเป๋าเดินทางอีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมกันอย่างมาก เหตุผลที่ได้รับความนิยม เพราะว่าสามารถเคลื่อนย้ายกระเป๋าได้ด้วยการลากกระเป๋าแบบง่าย ๆ ไม่ว่ากระเป๋าจะมีขนาดใหญ่โตสักสักเท่าไหร่ ก็สามารถที่จะยกและคลื่นย้ายได้เป็นอย่างดี จะเดินทางไปนอกประเทศหรือว่าต่างประเทศก็ง่ายๆและสบายๆ ไม่หนักเหมือนกระเป๋าประเภทอื่น

นอกจากล้อที่ติดอยู่กระเป๋าช่วยให้สามารถที่จะลากกระเป๋าไปได้อย่างง่ายดาย และยังมีส่วนประกอบอื่นๆที่สามารถที่จะทำให้การเคลื่อนย้ายได้อย่างสะดวก เช่น ด้ามจับที่ดึงยืดและหดเก็บได้ไม่เกะกะเวลาที่ยกกระเป๋าเก็บเวลาที่ขึ้นเครื่องอีกด้วย

ลองจินตนาการถึงการเดินทางในสนามบินที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ต้องแบกขนสัมภาระที่ค่อนข้างจะใหญ่และมาก แต่หากว่ากระเป๋าของเราเป็นล้อลากก็หมดปัญหาเรื่องของการขนย้าย เพราะว่าล้อลากจะช่วยให้เราเบาแรงไปได้อย่างสบาย  ดังนั้นก่อนที่จะเลือก กระเป๋าเดินทางราคาถูก แบบล้อลาก สำหรับการเดินทางไปท่องเที่ยวทั้งในต่างประเทศและในประเทศสำหรับคนที่มีข้าวของเยอะ ว่าจะต้องเลือกแบบไหนถึงจะดีและเหมาะกับเรามากที่สุด

ลองมาดูการแบ่งประเภทตามจำนวนล้อ มีด้วยกัน 2 ประเภทคือ

1. กระเป๋าเดินทางล้อลากแบบ 2 ล้อ กระเป๋าเดินทางแบบ 2 ล้อ เวลาที่เราใช้งานจะต้องเอียงกระเป๋าเล็กน้อยให้ได้มุมเฉียงเล็กน้อย ก่อนจึงค่อยลากได้ บางครั้งการลากอาจจะต้องยกกระเป๋าบ้างเพราะว่าความสะดวกจะสู้แบบ 4 ล้อไม่ได้ ข้อดีที่เด่นที่สุดของกระเป๋าประเภทนี้ คือ เมื่อวางกระเป๋าไว้จะไม่ได้การเลื่อนไปไหนแน่นอน และข้อดีอีกข้อที่ชัดเจนที่สุดของกระเป๋าเดินทางแบบล้อลาก คือ กระเป่าเดินทางที่ราคาถูกกว่าแบบ 4 ล้อนั้นเอง

2. กระเป๋าเดินทางล้อลากแบบ 4 ล้อ กระเป๋าเดินทางแบบ 4 ล้อ เป็นกระเป๋าเดินทางแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแล้วสาเหตุที่ได้รับความนิยมมมากกว่าแบบอื่นเพราะว่าการที่มีล้อถึง 4 ล้อทำให้สามารถที่จะขนย้ายได้ง่ายเนื่องจากสามารถที่จะช่วยให้ลากกระเป๋าได้ง่ายขึ้น ลื่นกว่า และสามารถลากได้ทุกทิศทุกทาง การตั้งตรงๆยังสามารถที่จะเคลื่อนย้ายได้ ข้อเสียคือ ราคาแพง และเมื่อวางไว้เฉยๆอาจจะทำให้กระเป๋าลื่นไหลไปได้


Updated: 15 ต.ค. 2561 เวลา 10:38 น.
กระจกเทมเปอร์และกระจกลามิเนตแตกต่างกันอย่างไร

กระจกเทมเปอร์และกระจกลามิเนตแตกต่างกันอย่างไร


กระจกที่เรานิยมนำมาใช้และรู้จักกันดีนั้นมีหลายประเภท แต่หลายคนยังคงสงสัยในกระจกนิรภัยอย่างกระจกเทมเปอร์และกระจกลามิเนต ว่าเป็นอย่างไร วันนี้เราจึงจะมาพูดถึงว่ากระจกเทมเปอร์และกระจกลามิเนตนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร

กระจกเทมเปอร์ (Tempered Glass)
กระจกเทมเปอร์นั้นจริงๆแล้วคือกระจกนิรภัยเหมือนกัน แต่ที่เรียกต่างกันก็เนื่องมาจากกรรมวิธีการทำ เป็นกระจกนิรภัยชนิดแรกที่นิยมใช้กัน โดยจะเป็นการนำกระจกแผ่นธรรมดามาแปรรูปให้เป็นกระจกนิรภัย ซึ่งขั้นตอนนี้จะต้องเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนทีจะนำกระจกไปใช้งาน
กรรมวิธีคือการนำกระจกธรรมดาอบด้วยความร้อนประมาณ 650 องศา แล้วทำให้เย็นลงทันดีด้วยการเป่าลม ผิวนอกของกระจกก็จะแข็งเร็วกว่ากระจกด้านในก่อให้เกิดการเรียงตัวของโมเลกุลที่แตกต่างกันและเกิดความเครียดในเนื้อกระจก ผลของความเครียดที่ว่าจะทำให้เกิดเส้นแรงสองชนิด เส้นแรกคือเส้นแรงรอบกระจก เส้นที่สองคือเส้นแรงในเนื้อกระจกที่ดันออกมาด้านนอก จึงทำให้กระจกนี้มีความพิเศษ ข้อดีของกระจกเทมเปอร์ คือ
1. มีความแข็งแรงกว่ากระจกทั่วไปประมาร 4-5 เท่า ทำให้รับแรงกระแทก กด บีบได้ดี
2. ทนความร้อนได้สูงถึง 290 องศา
3. ทนความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างฉับพลันได้ถึง 150 องศา
4. เมื่อแตก กระจกจะแตกตัวเป็นเม็ดข้าวโพด ซึ่งอันตรายน้อยกว่ากระจกปกติที่แตกเป็นปากฉลาม

กระจกลามิเนต (Laminated Glass)
เป็นกระจกนิรภัยอีกชนิดที่นิยมใช้กัน ลามิเนตนั้นจริงๆ แล้วเป็นชื่อกระบวนการทำกระจกรูปแบบหนึ่งเท่านั้น โดยมีวิธีการคือนำ กระจกเทมเปอร์ 2 แผ่นขึ้นไปมาประกบกันโดยมีแผ่นฟิล์มกันกลางระหว่างกระจก ซึ่งจะใช้แผ่นฟิล์ม PVB (Poly Vinyl Butyral) หรือ EVA (Ethylene Vinyl Acytate) จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการรีดด้วย Roller เพื่อทำให้แผ่นฟิล์มยึดติดกับกระจก เสร็จจากกระบวนการนี้ก็จะนำไปอบต่อในเตา Autoclave ที่มีการควบคุมอุณหภูมิและความดันเพื่อไล่อากาศออกให้หมด เมื่อเสร็จสินทุกกระบวนการเราก็จะได้ “กระจกเทมเปอร์ลามิเนต” หรือเรียกสั้นๆ ว่า “กระจกลามิเนต” ข้อดีของกระจกชนิดนี้คือ
1. มีความแข็งแรงกว่ากระจกธรรมดา 4-5 เท่าเนื่องมาจากผลิตมาจากกระจกเทมเปอร์นั่นเอง
2. ป้องกันและเก็บเสียงได้ดี
3. ป้องกันความร้อนที่จะเข้าสู่ตัวบ้านได้ดี
4. เมื่อแตก กระจกจะมีลักษณะเหมือนใยแมงมุม ยึดอยู่กับแผ่นฟิล์มไม่ร่วงลงมา ทำให้มีความปลอดภัยสูงเมื่อเทียบกับกระจกชนิดอื่นๆ

กระจกทั้งสองชนิดนี้มีความเหมือนและความแตกต่างกันอยู่ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว และเป็นกระจกที่สามารถนำมาใช้งานเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับตัวอาคาร ผู้อยู่อาศัย และทรัพย์สินได้มากยิ่งขึ้น


Updated: 20 ส.ค. 2561 เวลา 22:09 น.
หลักการจัดวางโต๊ะให้เหมาะสำหรับการทำงาน

หลักการจัดวางโต๊ะให้เหมาะสำหรับการทำงาน


สำหรับการออกแบบและตกแต่งโต๊ะสำหรับทำงานนั้นจัดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญไม่น้อย เนื่องจากโต๊ะทำงานเป็นอีกส่วนหนึ่งในเรื่องดวงชะตา เกี่ยวกับเรื่องในธุรกิจหรือหน้าที่การงานที่เราทำอยู่ปัจจุบันหรือ การงานที่ดีหรือปัญหาการงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียง การทำสัญญา เงินทอง รวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย สำหรับในสถานที่ราชการหรือการทำงานในออฟฟิศ บางครั้งก็ต้องจัดว่างโต๊ะทำงานให้เหมาะสมกับการทำงาน เช่น โต๊ะทำงานข้าราชการ หรือโต๊ะในออฟฟิศต่างๆ ต้องจัดวางให้เหมาะสม ให้ส่งเสริมหน้าที่การงาน ดังนั้น การเลือกโต๊ะและการจัดตกแต่งให้เหมาะสมนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งมีแนวทางเพื่อการออกแบบตกแต่งอย่างถูกวิธี ดังนี้

วิธีจัดวางโต๊ะทำงานเสริมดวงหน้าที่การงาน

1. ไม่ควรจัดโต๊ะทำงานให้อยู่ใต้คาน เนื่องจากคานเป็นส่วนที่รับน้ำหนัก มีแรงกดทับ ซึ่งตามหลักของฮวงจุ้ยสื่อถึง ความไม่ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ไม่มีความก้าวหน้าในเรื่องการเงิน สำหรับตัวคานนั้นมีโลหะอยู่เป็นจำนวนมาก ตามหลักทางวิทยาศาสตร์แล้วจะถูกคลื่นแม่เหล็กทำลายหรือรบกวนความคิดอยู่เสมอ ดังนั้นควรที่จะแก้ไขโดยหาหลอดไฟเปิดให้แสงสว่าง เพื่อแพร่กระจายสิ่งที่ไม่ดีออกไปให้ห่าง

2. ไม่ควรจัดโต๊ะทำงานให้อยู่ตรงกับประตูทางเข้าออก สำหรับพนักงานที่ต้องนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะทำงานตลอดเวลาไม่ควรอยู่ตรงกับประตู เนื่องจากเวลาที่เปิดประตูเข้าออก จะมีพลังเข้ามาเพราะจะส่งผลให้เจอแต่เรื่องวุ่นวายและมักพบเจอปัญหา แต่ข้อนี้ไม่เป็นปัญหาสำหรับตำแหน่งของคนที่ต้องออกไปพบลูกค้าบ่อย ๆ เพราะนั่งตำแหน่งประตูถือเป็นการรับทรัพย์ดียิ่งขึ้น

3. ไม่ควรจัดโต๊ะทำงานให้อยู่ติดหรือชิดเสา สำหรับเสาเราเราเปรียบเสาเป็นเหมือนสิ่งที่รองรับน้ำหนัก สื่อถึงการเอาคนที่นั่งอยู่โต๊ะที่ชิดเสานั้น จะทำให้ต้องแบกรับความเครียด ความกังวลใจ การทำงานที่หนัก ทำให้จะรู้สึกทำงานเคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลา มักจะไม่ค่อยมีความสุขกับการทำงานเท่าไหร่นัก

4. ไม่ควรหันโต๊ะทำงานเข้าหาประตู สำหรับการนั่งที่โต๊ะทำงานไม่ควรนั่งหันหน้าหรือหันข้างเข้าหาประตูทางเข้า  สื่อถึงการมีแต่เรื่องวุ่นวายเข้ามาตลอดเวลา ส่งผลให้การทำงานแบบไม่มีความสุข มีความสับสน เกิดปัญหาหนักใจ

5. ควรจัดวางโต๊ะทำงานไปทิศทางเดียวกัน โต๊ะทำงานควรจัดวางไปในทางเดียวกัน ในที่นี่ส่งผลในเรื่องของความสามัคคีในการทำงานเป็นสำคัญหรือจะตั้งในทิศทางเดียวกันหรือจะหันโต๊ะทำงานเข้าหากันก็ได้ นอกจากการจัดวางโต๊ะอย่าเหมาะสมแล้วพื้นผิวผนังกำแพงภายในห้องนั้น ด้านหลังโต๊ะทำงานพื้นผิวผนังกำไม่ควรมีผิวที่ขรุขระเพราะจะส่งผลให้การทำงานนั้นมีอุปสรรค การทำงาน การเงินมีเรื่องติดขัดเสมอไม่ราบรื่น


Updated: 19 ส.ค. 2561 เวลา 11:06 น.
ขั้นตอนการปฏิบัติงานของนักออกแบบตกแต่งภายใน

ขั้นตอนการปฏิบัติงานของนักออกแบบตกแต่งภายใน


สำหรับอาชีพมัณฑนากรหรือนักออกแบบภายในนอกจากความรู้ ทักษะและความสามารถในด้านการ รับออกแบบคลินิก โรงพยาบาล โรงแรม โรงเรียน มหาวิทยาลัย สถานที่ราชการ ฯลฯ นักออกแบบกลุ่มนี้จะมีความเข้าใจในรายละเอียดด้านวัสดุเป็นอย่างดี สามารถประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อการตกแต่งได้อย่างเหมาะสม รวมไปถึงมีประสบการณ์ในการบริหารจัดการ ทำงานใกล้ชิดกับผู้รับเหมาก่อสร้าง รู้วิธีการประสานงาน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ ทำให้ผลงานการออกแบบมีคุณภาพดีและเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด นอกจากนั้น นักออกแบบภายในที่มีประสบการณ์สูงอาจสามารที่จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับแหล่งวัสดุที่แปลกใหม่หายาก และเรื่องราคาวัสดุที่เหมาะสมได้อีกด้วย ซึ่งทักษะและความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเหล่านี้ คือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อความเสียหายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจได้

ขั้นตอนการทำงานของนักออกแบบมืออาชีพ
1. PRESALE PROCESS เป็นขั้นตอบของการแนะนำตัว ทำความเข้าใจและระบุเกี่ยวกับข้อตกลง ซึ่งนักออกแบบจะทำการแนะนำตัวเองกับลูกค้า แสดงประวัติ ผลงานในอดีต ระบบการทำงาน แนวคิดในการทำงานไปจนถึงตัวอย่างการแก้ไขปัญหาในการออกแบบนักออกแบบรับฟังขอบเขตของงานจากลูกค้า พร้อมตั้งคำถามของโครงการหรืองานที่จะทำอย่างละเอียดจนกว่าจะเป็นที่เข้าใจในขั้นตอนที่สำคัญ สำหรับนักออกแบบจำเป็นต้องใช้ข้อมูลและเงื่อนไขต่างๆ จากการบอกความต้องการของผู้ว่าจ้างเพื่อจะนำไปวางแผนและวางกลยุทธิในการทำงาน ดังนั้นโอกาสที่ผลงานจะออกมาดีนั้นก็ไม่ใช้เรื่องยากและเกิดความคาดหวัง

2. CONCEPTUAL AND DESIGN DEVELOPMENT เป็นขั้นตอนในการพัฒนางานออกแบบ โดยนักออกกแบบจะเริ่มต้นหาแรงบันดาลใจจากข้อมูลเบื้องต้นจากลูกค้า รวมทั้งศึกษาตลาดการแข่งขัน สังเกตแนวโน้มความเปลี่ยนแปลง ทำความเข้าใจกลุ่มผู้ใช้เป้าหมาย ศึกษากรณีอ้างอิงต่างๆ เพื่อหาจุดร่วมของการออกแบบกับโจทย์ของลูกค้า เมื่อดำเนินการเสร็จในขั้นตอนนี้แล้วก็จะดำเนินการประมวลผลและพัฒนาแผนการทำงาน พัฒนางานออกแบบ ส่งมอบโครงงานออกแบบ เป็นลำดับ

3. CONSTRUCTION PROCESS เป็นขั้นตอนในการคัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้างหลักและเริ่มการก่อสร้าง สำหรับในขั้นตอนนี้ผู้ออกแบบตกแต่งอาจแนะนำผู้รับเหมาก่อสร้างให้กับลูกค้าได้ แต่ทั้งนี้ไม่ได้บังคับว่าลูกค้าจะต้องตกลงตามนั้นเสมอไปและเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาด้านผลประโยชน์และสร้างความโปร่งใส ผู้รับเหมาก่อสร้าง มัณฑนากรและเจ้าของพื้นที่ ควรมีความเป็นกลางและเป็นอิสระจากกัน สำหรับในขั้นตอนของการก่อสร้าง นักออกแบบจะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและตรวจสอบโครงการเข้าควบคุมและตรวจสอบคุณภาพของงานเป็นระยะๆ ตามข้อตกลงในสัญญาว่าจ้าง


Updated: 5 ส.ค. 2561 เวลา 21:08 น.
มารู้จักกระกันเถอะ

มารู้จักกระกันเถอะ


สิว ฝ้าและกระ ไม่ได้เป็นสิ่งที่จะสามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ง่ายๆนะเมื่อเป็นแล้วมีแนวโน้มว่าจะกลับมาเป็นอีกและไม่มีทางในการที่จะรักษาให้หายขาดได้ ทำให้เพียงลดลง จางลง หรือหายไปเป็นพัก ๆ เท่านั้น เมื่อมีปัจจัยหรือว่าสิ่งเร้ามากระตุ้นเมื่อไหร่ ก็พร้อมจะกลับมาเป้นอย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่คนที่จะต้องมาพบเจอกับปัญหานี้ส่วนมากจะเป็นคนผิวขาว คนที่จะต้องเจอแสงแดดแรงเป็นเวลานานเป็นชั่วโมง  โดยไม่มีการป้องกัน ถามว่าฝ้าและกระนั้นสร้างอันตรายอะไรให้กับเราหรือไม่ มันไม่ได้สร้างอันตรายแต่ว่ามันมีผลทำให้เราขาดความมั่นใจเท่านั้นเอง ว่ามีใบหน้าขาวแต่ดันเป้นกระถ้าล้างหน้าโดยไม่มีเครื่องสำอางจะเจอกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยกระและฝ้าเท่านั้น

สาเหตุการเกิดฝ้า เกิดจากเมลานินใต้ผิวทำงานผิดปกติหรือว่ามีปริมาณมากจนเกินไป ก่อให้เกิดสีที่เข้มขึ้น โดยมากจะเกิดจากพันธุกรรมเป็นหลักโดยสาเหตุต่อมาคือ การถูกสงแดดรบกวน

ประเภทของกระ แบ่งออกตามลักษณะ เป็น 4 ประเภท ได้แก่

กระตื้น มีขนาดไม่เกิน 0.5 มม. ลักษณะเป็นสีน้ำตาล สามารถรักษาให้จางลงได้ง่ายมากที่สุด

กระลึก มีขนาดประมาณ 2-3 มม. ลักษณะเป็นสีน้ำตาลเทา อยู่ลึกกว่าในชั้นผิวหนังชั้นแม้ รักษายาก

กระแดด มีลักษณะเป็นวงกลม เรียบกลืนกับสีผิว พบในผู้สูงวัยมากว่าวัยอื่น

กระเนื้อ อันนี้รักษายากสุด ต้องรักษาด้วยการทำเลเซอร์เท่านั้น คือเป็นลักษณะตุ่มเนื้อเล็กๆ มีสีออกน้ำตาลไปจนถึงสีดำ

วิธีการรักษากระ อย่างที่ทราบว่าแม้นว่ากระจะไม่สามารถที่จะรักษาให้หายได้ก็สามารถทำให้จางลงได้ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรด AHA เช่น dr.jill ที่จะช่วยลดกระให้จางลงช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ใหม่ทดแทนผิวที่เต็มไปด้วยกระ เข้าคลินิกทำทรีทเมนต์ ทำเลเซอร์ ทำ IPL เป็นต้น

การป้องกันการเกิดกระ ทาครีมกันแดดที่มีเอฟพีเอฟ 30 ขึ้นไป หลีกเลี่ยงแดดเวลา 10.00 – 14 .00 น. เพราะเป้นช่วงที่แดดแรงและกระตุ้นให้เกิดกระได้ง่าย หลีกเลี่ยงการทานยาคุมกำเนิน เป็นต้น


Updated: 4 เม.ย. 2561 เวลา 23:08 น.
แต่งหน้าให้เป๊ะปังได้ ด้วยเคล็ดไม่ลับเหล่านี้

แต่งหน้าให้เป๊ะปังได้ ด้วยเคล็ดไม่ลับเหล่านี้


การแต่งหน้าเป็นศาสตร์อย่างหนึ่งที่เกิดมาเพื่อผู้หญิงเราอย่างแท้จริง ขอบคุณสวรรค์ที่ให้เราได้รู้จักศาสตร์แห่งการแต่งหน้า เพื่อให้เราสวยได้อย่างสมบูรณ์ และเนรมิตใบหน้าของเราได้อย่างที่เราต้องการ

นอกจากเรื่องการดูแลผิวหน้าแล้ว สบู่ส้ม สบู่หน้าใส ยังมีเคล็ดไม่ลับในการแต่งหน้าให้เป๊ะปัง ไม่พังระหว่างวันมาฝากด้วยค่ะ
หากคุณต้องการแต่งหน้าให้ดูสวยใส เหมือนไร้เมคอัพ ดูดี ดูเพลิน ก็ควรปฏิบัติตามเคล็ดไม่ลับ ดังนี้

แก้มเยอะ
ถ้าคุณมีพวงแก้มกลม ให้ลงบลัชออนกลางพวงแก้ม แล้วปัดเฉียงขึ้นไปยังบริเวณโหนกแก้ม ก็จะช่วยให้หน้าดูผอมเพรียวลงได้ แก้มสีชมพู ช่วยให้คุณดูอ่อนเยาว์ และสดใสได้ แต่ควรเลือกสีชมพูเฉดที่เหมาะกับสีผิวของคุณ และเกลี่ยให้ดูเป็นธรรมชาติ

สีที่เข้ากัน
ควรเลือกสีปาก และสีแก้มให้กลมกลืนกัน โดยให้สีเปลือกตามีความแตกต่างโดดเด่นขึ้นมากว่าสีปากและแก้ม แต่หากต้องการให้สีปากโดดเด่น ควรเลือกสีตาให้เบาลง

หน้ามัน
หากความมันทำให้เครื่องสำอางของคุณไม่ติดทน ขณะรองพื้นควรใช้พัฟฟ์จุ่มน้ำพอหมาดช่วยในการเกลี่ยรองพื้น จะช่วยให้เครื่องสำอางติดทนมากขึ้น

อย่าลืมคอ
เมื่อใส่ใจในการแต่งหน้าแล้ว ก็อย่าลืมลำคอด้วย เพื่อให้ดูกลมกลืนกับสีผิวหน้า และเรียบเนียน หน้าสวยอย่างไร แต่ถ้าหน้าขาวลอยแล้วคอดำ ก็คงไม่น่ามองเท่าไรนะคะ

ฉีดสเปรย์ตบท้าย
เมื่อแต่งหน้าเสร็จ ลองฉีดสเปรย์มอยส์เจอไรเซอร์ดู จะรู้สึกได้ว่าหน้าสดชื่นขึ้น และสีสันของเครื่องสำอางบนใบหน้าก็ดูสดใสขึ้นด้วย

เคล็ดไม่ลับเหล่านี้ เป็นคำแนะนำในการแต่งหน้าทั่วไปในขั้นพื้นฐานที่ไม่ใช่เรื่องยาก แต่กลับมีความสำคัญ และช่วยให้คุณแต่งหน้าได้เป๊ะมากขึ้น ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น และมีความกลมกลืนกัน จนทำให้ใบหน้าของคุณหน้ามอง และมีมิติมากขึ้นได้ และอย่าลืมติดตามคำแนะนำ หรือเคล็ดลับต่างๆ ทั้งการดูแลผิวหน้า และการแต่งหน้าที่เราจะนำมาฝากกันต่อๆ ไปด้วยนะคะ


Updated: 26 มี.ค. 2561 เวลา 11:02 น.
เค้าบอกว่าสรรพคุณของนมผึ้งมีเยอะมากจนเราอยากใช้เลย

เค้าบอกว่าสรรพคุณของนมผึ้งมีเยอะมากจนเราอยากใช้เลย


มีแต่คนบอกว่าสรรพคุณของ นมผึ้ง ตัวนี้เป็นอะไรที่น่าสนใจเหมาะสำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องของสุขภาพอะไรพรุ่งนี้บอกได้หรือว่าทานเข้าไปมันจะทำให้ร่างกายของเราแข็งแรงสมบูรณ์ขึ้นเท่าที่เราอ่านสรรพคุณของนมผึ้งมันก็มีอะไรดีดีหลายหลายอย่างแต่ถามว่ามันจะเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัยไหมมันก็ไม่ได้บอกกับคนทุกเพศทุกวัยหรอกนะก่อนที่จะตัดสินใจในการที่จะหาซื้อมาใช้สำหรับการที่จะใช้นมผึ้งจึงควรที่จะศึกษาให้ดีว่าตัวเองเป็นคนที่แพ้แมลงจำพวกคนหรือไม่ อยากแพ้ก็ไม่สมควรที่จะใช้ดังนั้นจึงควรศึกษาให้ดีว่าตัวเองสามารถที่จะทานของพวกนี้ได้หรือไม่หากท่านได้รับรองได้หรือว่าการทานมันน่าจะทำให้สุขภาพของเราดีขึ้นคนที่มีปัญหาเรื่องของภูมิแพ้ก็จะทุเลาเบาบางลงไปแม้ว่าจะไม่ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ถามว่ามันเบาบางลงมากกว่าแต่ก่อนไหมสำหรับการที่เราจะจัดการในการที่จะหาซื้อมาใช้มันก็ได้จะช่วยในเรื่องของภูมิแพ้เราได้เช่นกัน

Updated: 21 ธ.ค. 2560 เวลา 22:52 น.
หน้าที่: 1   |   2   |   3   |   4   |   5      »      [7]
Gigabot (65.132.59.34)
3 weeks ago Time: 2018-11-15 13:22:23

Gigabot (65.132.59.34)
2 months ago Time: 2018-09-12 11:02:56

Gigabot (65.132.59.34)
6 months ago Time: 2018-06-04 17:49:19

 

Copyright @ 2013 : http://www.drtomruddforcoroner.com

web statistics